Nudge vs Gamification

Nudge กับ Gamification เป็นคอนเซ็ปที่คล้ายกันครับ ตรงที่จูงใจให้คนทำพฤติกรรมบางอย่างเหมือนกัน แต่สองคอนเซปนี้ต่างและเสริมกันอย่างไร?

Nudge เป็น​ concept ด้านพฤติกรรมมนุษย์คล้ายกับ gamification ซึ่ง Nudge Theory นี้คิดโดย Richard Thaler ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2017

Nudge Theory จะเป็นการออกแบบทางเลือก (Choice) ให้ทางเลือกหนึ่งดูน่าสนใจโดดเด่นกว่าอีกทางเลือก ซึ่งเรียกกันว่า Choice Architecture

ประโยชน์ของ Nudge คือ ทำให้ทางเลือกดี ๆ ที่มีประโยชน์มีโอกาสถูกเลือกมากขึ้น โดยเราไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ เช่น ทำให้คนเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น หรือ ออมเงินมากขึ้น เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น ที่ต่างประเทศได้มีการทดลองให้คนปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลม

การทดลองทำที่ร้าน McDonald’s ครับ โดยสลับตัวเลือกบนหน้าจอสัมผัส จากเดิมที่ตัวเลือกแรกจะเป็นโค้ก เขาก็ย้ายโค้กไปเป็นตัวเลือกสุดท้าย แล้วย้ายโค้กซีโร่ ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก (ง่าย ๆ แค่นี้เลย)

ทดลองไป 12 อาทิตย์ พบว่า ยอดขายโค้กลดลง และ ยอดขายโค้กซีโร่เพิ่มขึ้น

.

Nudge เป็นศาสตร์ด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ที่ดังมาก และ มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งเทคนิคเด่นหนึ่งของ Nudge คือ การทำให้ทางเลือกที่เราต้องการเป็น Defult ไปเลย (ประมาณว่าคนขี้เกียจคิด ให้เริ่มต้นมาอย่างไรก็ไปต่อแบบนั้น 555)

.

เราจะเห็นว่า Nudge กับ Gamification มีเป้าหมายใหญ่เหมือนกันคือ จูงใจให้คนทำพฤติกรรมครับเพียงแต่เน้นกันคนละมุม

โดยที่ Nudge จะเป็นการเน้นที่การทำให้ทางเลือกดูน่าเลือกกว่าอีกทาง ในขณะที่ Gamification จะเน้นจูงใจเป็นพฤติกรรมๆ ไปโดยใช้กลไกเกม เช่นการให้แต้มเป็นต้น

ถามว่าอะไรดีกว่ากัน ผมเชื่อว่าใช้เสริมกันไปตามความเหมาะสมดีกว่าครับ

เช่น เวปเรามีสินค้าให้เลือกหลากหลาย เราก็ Nudge โดยการใส่ Best Seller ลงไปให้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่พอลูกค้าเลือกซื้อแล้ว เราก็ Gamify ด้วยการให้แต้ม เป็นต้นครับ

#gamification ตอนที่27


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: