Category: Article
-
10 เทคนิคเกมมิฟิเคชัน ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที
เกมมิฟิเคชันมีเทคนิคให้เลือกใช้เยอะครับ ผมนับเคยเล่นๆ ก็ร่วม 70 เทคนิคละ เคยเจอบางเวปนับได้เป็น 100 ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่เลยครับ ว่าเราจะเลือกเลือกเทคนิคอะไรมาเล่นได้บ้าง ทีนี้ก็ไปเจอเวปหนึ่ง เค้าสรุปมาน่าสนใจดี เลยคิดว่าอยากจะเอามาเล่าให้ฟังกันเพื่อเป็นไอเดียครับ . 10 เทคนิคเกมมิฟิเคชัน ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที ลองมาดูกันครับ ว่ามีอะไรบ้าง 1. สร้าง ‘โฟลว์’ (Create ‘flow’) Flow คือหลักจิตวิทยาที่บอกว่า เราจะเบื่อถ้างานง่ายเกินไป และ จะหงุดหงิดเวลางานยากเกินไป แต่ถ้าเมื่อความยากของงาน เหมาะสมกับความสามารถ เราจะรู้สึกสนุก เพลิดเพลิน ลืมเวลา เทคนิคนี้หมายความว่า เราสามารถทำยังไงได้บ้างให้ Task ของเรานั้น ท้าทายแต่ยังพอทำได้อยู่ เพื่อให้เกิด flow ขึ้นกับผู้เล่น 2. ให้ผู้เล่น ‘ทำ’ ภารกิจให้เสร็จ (Let users ‘complete’ a task) เป็นธรรมชาติของคนเราครับ ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเวลามีบางงานยังไม่สำเร็จ เทคนิคนี้ทรงพลังมาก ลองหาดูครับว่า เราสามารถสร้างความรู้สึกงานยังไม่เสร็จนี้…
-
Praise เทคนิคเกมมิฟิเคชันง่าย ๆ ที่มักถูกลืม
อีกคำถามที่ผมเจอบ่อยเลยคือ เวลาผู้เล่นทำพฤติกรรมบางอย่าง หรือ ทำบางสิ่งสำเร็จแล้ว เราควรจะให้แต้มเท่าไหร่ดี หรือจะให้ badge ดีหรือเปล่า เพื่อจูงใจ โดยเฉพาะออกแบบยังไงดีให้บาลานซ์ คือบางครั้งมันก็ไม่ง่าย ที่จะให้แต้มกับทุกสิ่งที่ผู้เล่นทำ . เกมมิฟิเคชันมีอีกเทคนิคง่าย ๆ แต่ใช้ได้ดีเลยครับ ที่ผมพบว่าบางครั้งเราอาจจะลืมนึกถึงกันคือ Praise ประมาณว่าชื่นชมหรือทักทายผู้เล่นครับ อาจะขึ้นเป็น text ง่ายๆ หรือ มีรูปประกอบก็ได้หลังจากที่ผู้เล่นทำพฤติกรรมจบ หรือ เมื่อเปิดเข้ามาในแอปของเรา เช่น ในแอปออกกำลังกาย มักจะมีคำต่าง ๆ ขึ้นมาตอนเราวิ่งเสร็จ เช่น บอกผู้เล่นเวลาทำพฤติกรรมว่า Good Job… Congratulation you’ve run 10 km … You do better than yesterday อะไรประมาณนี้ หรือ กระทั่งพอเปิดเข้าแอปมา ก็จะมีคำง่าย ๆ แวบโผล่ขึ้นประมาณว่า you are 5…
-
แนวทางการประเมินว่า ควรเริ่มหยิบไอเดียเกมมิฟิเคชันไหนมาทำก่อนดี?
ตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการออกแบบเกมมิฟิเคชันให้กับหลายองค์กร ซึ่งหลังจากที่เราได้ระดมสมองกันแล้ว เราก็จะพบว่าเรามีไอเดียเกมมิฟิเคชันดี ๆ มาเยอะเลย ทีนี้ก็จะเกิดคำถามตามมาว่า แล้วเราจะเลือกทำเกมมิฟิเคชันไหนก่อนหลังดี เพราะแต่ละอันก็ดูน่าสนใจ น่าสนุกทั้งนั้น . พอมาถึงจุดนี้ ผมก็จะแนะนำว่าเราสามารถใช้ Effort vs Impact matrix ได้นะ Effort vs Impact matrix นี้เป็น matrix 2×2 ที่หลายท่านอาจจะคุ้นเคยกันดี โดยแกนนึงจะเป็นการประเมิน ไอเดียนี้ ทำง่าย หรือ ทำยาก และ อีกแกนคือ ไอเดียนี้ มีผลกระทบสูง หรือ ต่ำ ถ้าทำได้ง่าย แล้วผลกระทบสูง แบบนี้ก็ควรทำก่อนแต่ถ้าทำก็ยาก แถมได้ผลกระทบน้อย แบบนี้ก็ไม่ควรทำ หรือเอาไอเดียไปปรับปรุงใหม่แล้วค่อยทำ เป็นต้น . เรื่องการประเมินว่า ไอเดียเกมมิฟิเคชันนี้ทำได้ง่าย หรือ ยากนั้น มักจะประเมินกันได้ง่ายครับ เพราะ เราพอเล็งได้ว่า มันใช้เงินมากน้อยแค่ไหน ใช้คนเท่าไหร่ ทำนานมั้ย…
-
เราจะอธิบายเกมิฟิเคชันให้กับผู้บริหารได้อย่างไรดี
ลองถาม ChatGPT ว่าจะอธิบายเกมมิฟิเคชันให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจได้อย่างไร? คำตอบก็น่าสนใจดีแฮะ น่าจะลองเอาไปปรับใช้ได้ . คืออย่างนี้ครับ คำถามที่ผมโดนถามบ่อยคือ จะไปอธิบายเกมมิฟิเคชันให้กับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเข้าใจได้อย่างไรดี … เพราะคำว่าเกม ในเกมมิฟิเคชันมักจะทำให้ผู้บริหารท่านเข้าใจผิดไป ซึ่งผมก็แนะนำไปว่า ควรเริ่มเล่าจาก Why ก่อนคือ เราเห็นอะไรถึงได้ทำโครงการนี้ เช่น เราเห็นปัญหาอะไร เราวิเคราะห์แล้วพบว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร ต่อมาคือเล่าว่า อะไรคือสิ่งควรจะเป็น แล้วเราจะสร้างมันได้อย่างไร ซึ่งวิธีทางเสนอคือเกมมิฟิเคชัน ก่อนจบรายละเอียดว่าจะทำอะไรบ้าง . แต่จากประสบการณ์ ผมมีข้อสังเกตหนึ่งนะ คือ ถ้าองค์กรผู้บริหารคุ้นชินกับเล่นเกม หรือ ชอบแข่งขันกีฬาต่าง ๆ นี่จะเข้าใจและเห็นศักยภาพของเกมมิฟิเคชันได้เร็วมากเลย gamification ตอนที่ 69
-
Classcraft เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นเกม
วันนี้มี แพลตฟอร์มเกี่ยวกับเกมมิฟิเคชัน ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังครับ! ชื่อว่า Classcraft ที่จะช่วยเปลี่ยนการเรียนการสอนให้กลายเป็นเกมผจญภัย มีระบบเกมมิฟิเคชันพร้อมให้ใช้ คุณครูสามารถปรับแต่งได้ตามเนื้อหาที่ตนสอน โดยนักเรียนจะได้ทำงานร่วมกันเพื่อพิชิตภารกิจ และ รับคะแนน และนำคะแนนไปใช้เพื่อเพิ่มเลเวล ปลดล็อกความสามารถใหม่ รวมถึงได้รับรางวัต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เด็ก ๆ สนุกสนานแล้ว แต่ยังตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรด้วย . Gamification ในการศึกษากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม การโต้ตอบ ของนักเรียนในห้องเรียน แต่ปัญหาคือ คุณครูหลายท่านอาจจะไม่ถนัดนักที่จะสร้างเกมมิฟิเคชันขึ้นมาเพื่อคลาสของตน ทีนี้ก็เลยมีแพลตฟอร์มหนึ่งครับชื่อ Classcraft ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนคลาสให้กลายเป็นเกมแนวแฟนตาซีขึ้นมา ให้นักเรียนได้ออกผจญภัย ทำภารกิจ เก็บแต้ม จากที่ผมลองศึกษาดู พบว่า Classcraft สามารถปรับแต่งเนื้อเรื่องให้เข้ากับหลักสูตรได้ คุณครูสามารถสร้างภารกิจ ต่าง ๆ ขึ้นได้เองตามแผนการสอน และ ยังสามารถปรับแต่งเกมให้เหมาะกับความต้องการของนักเรียน หรือ คือ ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ในลักษณะที่มีส่วนร่วม และ Classcraft ยังมี feature ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมร่วมกันระหว่างนักเรียน เช่น ให้นักเรียนทำงานร่วมกันเพื่อพิชิตภารกิจบางอย่าง…
