เงินอาจไม่ได้จูงใจเสมอไป

เวลาคิดถึงเรื่องการจูงใจคนเนี่ยครับ เราก็อดที่จะต้องคิดถึงเรื่องการให้รางวัล ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือ สิ่งของต่าง ๆ เช่น เราอยากจะจัดกิจกรรมอย่างหนึ่งขึ้นมาในบริษัท เราก็จะมานั่งสุมหัวกันว่า งานนี้จะให้รางวัลอะไรดี ถึงจะดึงดูดพนักงานให้มาเข้าร่วม

บางครั้งการคิดเรื่องรางวัลเนี่ย กินเวลาประชุมไปนานมากเลย

.

จริง ๆ การให้รางวัลที่เป็นเงิน เป็นสิ่งของมันก็ง่าย และ ดูจูงใจดีนะครับ

แต่คำถามคือ รางวัลแบบนี้ที่เป็นแรงจูงใจภายนอก (extrinsic motivation) นี่ยังยืนจริงหรือเปล่า

มีการทดลองหนึ่งครับ เขาให้เด็ก ๆ มานั่งวาดรูป โดยที่กลุ่มหนึ่ง วาดรูปแล้วได้รางวัล อีกกลุ่มวาดแล้วไม่ได้อะไร หลังจากที่ให้เด็ก ๆ ได้วาดไปซักพักเขาก็เปลี่ยนเป็นตอนนี้ทุกคนไม่ได้รางวัลละ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ เด็กกลุ่มที่เคยได้รางวัล พอหยุดได้ก็จะแบบว่า ไม่ค่อยตั้งใจวาดรูป หมดแรงจูงใจไป ต่างจากอีกกลุ่มที่ยังคงวาดอย่างสนุกสนาน

.

ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า Overjustification effect ครับ

Overjustification effect แปลง่าย ๆ คือ การที่รางวัล (extrinsic motivation) ไปทำลายแรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation)

ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะชอบวาดรูป วาดได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ (intrinsic motivation) แต่พออยู่ดี ๆ มีเพื่อนเห็นรูปเราแล้วชอบ เลยจ้างเราให้วาดรูปบ้าง (extrinsic motivation) แบบนี้บางคนก็อาจจะเริ่มรู้สึกไม่สนุกละ

.

แล้ว Overjustification effect นี่จะเกิดขึ้นตอนไหน

เอาจริงก็ยังมีการศึกษาตรงนี้อยู่อ่ะนะครับ แต่ที่พบแล้วว่าน่าจะมีผลแน่ ๆ คือถ้ารางวัลที่เราให้นั้นมีลักษณะดังนี้

  1. รางวัลถูกให้กับกิจกรรมที่เราอยากทำอยู่แล้ว (Rewards are offered in the context of pre-existing intrinsic motivation)

เช่น เด็กชอบวาดรูปดี ๆ อยู่แล้ว พอเราไปให้รางวัลว่า วาดแล้วได้เงิน 5 บาทเนี่ย ก็อาจจะทำให้เด็กมาสนใจตัวเงิน จนหมดความตั้งใจที่จะวาดด้วยตัวเองไป อะไรที่มันดีอยู่แล้วเราก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันครับ

  • รางวัลนั้นรู้ล่วงหน้า และ คาดหวังได้ (Rewards are known in advance and expected.)

รางวัลที่รู้ล่วงหน้า ว่าจะได้เท่าไหร่ และ ได้เมื่อไหร่นี่ทำให้คนหมดแรงจูงใจได้ครับ ก็เพราะมันคาดเดาได้อ่ะนะ ทางทีดีคืออาจะลองให้รางวัลแบบคาดเดาไม่ได้ เช่น ไม่ต้องให้รางวัลกับรูปทุกรูปที่เด็กวาด แต่ให้แบบ surprise บ้าง แบบนี้ก็จะมีโอกาสเกิด Overjustification effect น้อยกว่า

  • รางวัลนั้นจับต้องได้ (Rewards are tangible.)

เปลี่ยนไปให้รางวัลที่จับต้องไม่ได้ดีกว่า เช่น คำชมจะดีกว่า ครับ ทั้งนี้การเน้นที่รางวัลแบบจับต้องได้มากเกินไป บางทีผู้รับอาจรู้สึกว่าถูกบังคับได้

.

รางวัลแบบจับต้องได้นี่จริง ๆ ก็มีประโยชน์นะ ไม่ได้แย่ไปหมดเลยทีเดียว ซึ่งกรณีหนึ่งที่นำมาใช้ได้คือ เอามาใช้กับงานที่ง่าย ๆ แต่หน้าเบื่อ ซึ่งเจ้าตัวเขาไม่อยากทำอยู่แล้ว พอมีเงินมากระตุ้นนิดหน่อยก็รู้สึกอยากทำขึ้นมา

แต่คำถามคือ ให้น้อยที่สุดเท่าไหร่ดีเขาถึงจะยอมทำ ยกตัวอย่างนะ สมมุติว่าผมไม่ชอบออกกำลังกาย จ้างผมวิ่งกิโลละหมื่นบาท นี่ผมตั้งใจวิ่งเลย แต่มันเป็นไปไม่ได้ไง คำถามที่ตอบยากคือจะให้น้อยที่สุดเท่าไหร่ดี

และที่สำคัญคือ ให้อย่างไรถึงจะสามารถนำไปสู่ intrinsic motivation ได้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมมิฟิเคชันเราต้องการมากที่สุด

เกมมิฟิเคชันอาจจะดูเหมือนเน้นการให้แรงจูงใจภายนนอก แต่เป้าหมายของเราคือการนำไปสู่การเกิดแรงจูงใจภายในครับ

#gamification ตอนที่ 75


Leave a comment