
เป็นหนังสือที่เขียนโดย อ.วิชาปรัชญา ที่ตั้งคำถามกับเราทุกวันนี้ว่า
เราหมกมุ่นกับตัวเลข Score หรือ “แต้ม” มากเกินไปหรือเปล่า
อ่านแล้วได้ทบทวน มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง และสังคมในปัจจุบัน
.
คืออย่างนี้ครับ หนังสือเริ่มต้นจากการพาเราไปมอง “เกม” ต่าง ๆ ที่เราเล่นกัน
โดยผู้เขียนมองว่า ถ้าดูให้ดี เกมส่วนใหญ่แท้จริงแล้วคือ ระบบแต้ม (Scoring System) ที่บอกเราว่า ต้องทำอะไรบ้างเพื่อสะสมแต้ม ซึ่งแต้มเหล่านี้อาจมาในหลายรูปแบบ เช่น คะแนน XP หรือเงินในเกม
พอเราอินไปกับเกม เราก็จะมุ่งมั่นทำคะแนนให้ได้สูงที่สุด
จนบางครั้งเผลอลืมไปว่า เราเล่นเกมไปเพื่ออะไร
จากที่เราเป็นคนเล่นเกม กลับกลายเป็นว่า “เกมเล่นเรา” แทน
จนสุดท้าย การเล่นเกมก็กลายเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบไปซะงั้น
.
แต่เรื่อง “แต้ม” นี้ ผู้เขียนมองว่าไม่ได้จบอยู่แค่ในเกม เพราะมันออกมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วย ในรูปแบบของสิ่งที่เรียกว่า “ตัวชี้วัด” เช่น KPI หรือผลการประเมินต่าง ๆ
ผู้เขียนมองว่า คนยุคนี้บางทีก็เผลออินไปกับตัวชี้วัด หมกมุ่นกับตัวเลขมากเกินไป จนลืมไปว่า เรากำลังทำสิ่งเหล่านี้ไปทำไม เช่น วุ่นวายกับการประกันคุณภาพ ทำรายงานคุณภาพ แข่งขันกันเลื่อนอันดับองค์กร จนเสียพลังไปกับเรื่องเหล่านี้ และไม่ได้โฟกัสกับสิ่งที่ควรทำจริง ๆ
- คุณครูวุ่นวายกับการทำรายงาน จนไม่ได้โฟกัสกับการสอน
- พนักงานบริษัทวุ่นวายกับรายงานเรื่องตัวชี้วัดต่าง ๆ จนไม่ได้กลับมานั่งดูว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้น คือสิ่งที่องค์กรควรทำจริงหรือไม่
.
เทคนิคการเล่าเรื่องที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ เวลาจะเปิดประเด็นใหม่ ผู้เขียนมักเริ่มจากเล่าเรื่องเกมก่อน แล้วค่อยโยงกลับเข้ามาที่ชีวิตจริง
เช่น คนที่เล่นเกมแล้วอินกับ achievement มาก มักมีแนวโน้มจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะโดยไม่สนใจความสุนทรีย์ของการเล่นเกม หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ซึ่งชีวิตจริงก็ไม่ต่างกัน บางคนอาจมุ่งมั่นกับการทำตัวชี้วัดให้ดูดี โดยไม่สนใจว่า มันสร้าง impact จริงหรือไม่ เน้นแค่ “ทำแต้มให้ผ่านไว้ก่อน”
.
อีกมุมหนึ่งที่ผมชอบจากหนังสือคือ แม้ว่าเกมจะใช้สิ่งต่าง ๆ มาหลอกล่อผู้เล่น แต่เกมก็ให้สิ่งที่เรียกว่า อิสระในการตัดสินใจ หรือ Autonomy ผู้เล่นสามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกมสนุก
แต่ชีวิตจริงมักไม่เป็นแบบนั้น คือเมื่อเรากำหนดตัวชี้วัดให้กันแล้ว หลายครั้งกลับไม่ได้ให้อิสระมาด้วย
คือ ตัวชี้วัดมักมาพร้อมกับ Standard, SOP ฯลฯ ซึ่งกลายเป็นข้อบังคับที่ต้องทำตาม ซึ่งสุดท้ายจึงอาจสร้างความล้าและความเหน็ดเหนื่อยให้กับคนทำงานโดยไม่รู้ตัว
.
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมไม่เคยนึกถึงมาก่อน และเห็นว่าน่าสนใจมากคือ ตัวชี้วัดหรือเป้าหมายต่าง ๆ นั้น เอาจริง ๆ ก็สำคัญนะ แต่บางครั้งเราอาจเผลอเอา “ตัวชี้วัด” มาเป็น “เป้าหมายชีวิต” ของตัวเอง
เหมือนเรากำลังโดนเล่นโดยเกมของคนอื่น ไม่ใช่เกมของเรา
หนังสืออธิบายประมาณว่า มันเหมือนกับการยึด Value ที่ไม่ได้มาจากตัวเราเอง แต่เป็น Value ที่คนอื่นกำหนดให้ ซึ่งในระยะยาวแล้ว มันอาจนำไปสู่ความแห้งแล้ง และความอ้างว้าง
.
ตัวชี้วัดสำคัญStandard การทำงานก็สำคัญ
แต่หนังสือพยายามกระตุกให้เราคิดว่า โลกของเรากำลังหมกมุ่นกับตัวเลขจนลืม Value ที่แท้จริงของการทำสิ่งต่าง ๆ ไปหรือเปล่า และสุดท้าย หนังสือก็ชวนให้เรากลับมามอง “ความหมาย” และสิ่งที่ Meaningful จริง ๆ ของกิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่
.
เป็นหนังสือที่อ่านง่ายครับ
แต่เนื้อหานี่… กระตุกจิต กระชากใจมากจริง ๆ
