
Circle of Competence & The Fat-Pitch Strategy
วันนี้เรามาต่อเรื่อง Mental Model กันครับ ก็เป็นตอนที่ 3 แล้ว นี่ผมจดเก็บสะสมได้หลายสิบเลย เดี๋ยวจะเขียนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเบื่อนะครับ 🙂
ขอเกริ่นอีกนิดหนึ่งว่า Mental Model คือแบบจำลองทางความคิด เป็นหลักการกว้าง ๆ ที่ช่วยเปิดมุมมองให้เราทำความเข้าใจสถานการณ์ ตัดสินใจแก้ไขปัญหา มองเห็นโอกาสและทางเลือกได้ง่ายขึ้น โดยที่ถ้าเรายิ่งมีสะสมไว้ในหัวเยอะ ๆ เวลาคิดเวลามองอะไรก็จะง่ายขึ้นครับ
สองตัวที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้คือ Circle of Competence & The Fat-Pitch Strategy
.
Circle of Competence: รู้จักขอบเขตของตัวเอง
Mental Model ตัวนี้คือการบอกให้เราสำรวจขอบเขตความสามารถของตัวเราเองครับ ว่าเราเก่งเรื่องอะไร ทำอะไรได้ดี และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เราไม่ถนัดเรื่องอะไร มีลิมิตอยู่ตรงไหน
Key Word อยู่ที่รู้ลิมิตความสามารถตัวเองครับ อะไรที่อยู่นอกวงความสามารถของเรา เราก็อย่าไปทำ อย่าไปตัดสินใจ
ปู่ Charlie Munger สุดยอดนักลงทุน คู่หูของปู่ Warren Buffett ก็เคยบอกว่า การตัดสินใจลงทุนของเขามี 3 ตะกร้าคือ Yes, No, and Too Tough to Understand ซึ่งอันสุดท้ายที่บอกว่า ยากเกินเข้าใจนี้ คือสิ่งที่อยู่นอกวง Circle of Competence นั่นเองครับ
แต่แนวคิดนี้ไม่ได้บอกให้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในวงของเรานะ แต่บอกว่าทำอย่างไรวงของเราถึงจะแข็งแรงขึ้น รู้ลึกขึ้น และขยายวง รู้กว้างมากขึ้น
หน้าที่ของเราคือ ทำวงให้แข็งแรงและขยายกว้างขึ้น ในขณะที่อะไรที่ยังอยู่นอกวงก็รู้ว่าเป็นลิมิตของเรา อยากด่วนตัดสินใจ อยากด่วนทำ ให้ปรึกษาผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ
เหมือนเราขับรถครับ เราก็ต้องมีความรู้พื้นฐานนิดหน่อยเกี่ยวกับการดูแลรักษารถบ้าง แต่ถ้าหม้อน้ำรั่ว เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปศึกษาหาวิธีซ่อมเอง แค่รู้ว่าไปส่งอู่ไหนซ่อม ก็พอ เพราะการซ่อมหม้อน้ำรั่วนี่อยู่นอกวงความสามารถของเรา มันเกินลิมิตเราเกินไป
คนเราพัฒนาตัวเองได้ครับ แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังมีลิมิต
ฟังดูย้อนแย้ง แต่ก็เป็นความจริงของชีวิต ที่เราทุกคนมีทั้ง Strenght และ Weakness
เรื่องนี้ยังรวมไปถึงการเลือกโอกาสต่าง ๆที่เข้ามาในชีวิตด้วย การวิ่งไล่คว้าทุกโอกาส โดยเฉพาะโอกาสที่อยู่นอกวงความสามารถของเราไม่ใช่เรื่องดี เราควรอยู่ในพื้นที่ที่เราถนัดและมี Unfair Advantage
สรุปคือ การรู้จักขอบเขตของตัวเองและการยอมรับข้อจำกัดเป็นสิ่งที่สำคัญในการตัดสินใจและการเติบโต การทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อจำเป็นต้องทำสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตของตัวเอง ก็ต้องหาผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมมาแทน
.
The Fat-Pitch Strategy: รอจังหวะที่ใช่
เมื่อเรารู้จักขอบเขตของตัวเองแล้ว อีกหนึ่งแนวคิดที่สำคัญไม่แพ้กันคือ The Fat-Pitch Strategy แนวคิดมาจาก Ted Williams นักเบสบอลในตำนานที่ตีบอลได้แม่นมากระดับเจ้าของสถิติ เขาบอกว่าเคล็ดลับของเขาคือ เลือกตีบอลที่อยู่ในโซนที่เขามั่นใจเท่านั้น ถ้าลูกบอลลอยมานอกโซนนี้เขาก็ตัดใจยอมปล่อยให้มันผ่านไป
ง่าย ๆ คือ ลงมือเมื่อมั่นใจเท่านั้น และกล้าพอที่จะทิ้งบางโอกาสไป
การรอจังหวะที่ใช่ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ แต่ยังช่วยหลีกเลี่ยงการเสี่ยงโดยไม่จำเป็น คือเรามักจะรู้สึกกลัวการพลาดโอกาส เพราะกลัวว่าโอกาสนั้นอาจจะหายไป (FOMO) แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางครั้ง การทำอะไรที่นอกโซนของเรา มันก็อาจทำให้เราเสียเวลา เสียทรัพยากร สุดท้ายก็ทำให้เราพลาดโอกาสที่ดีจริง ๆ เหมาะกับเราจริง ๆ
เหมือนซื้อหุ้นเพราะกลัวตกรถ สุดท้ายติดดอย ไม่มีเงินเหลือไปลงทุนในตัวดี ๆ ที่เจอภายหลัง (ประสบการณ์ตรง เขียนไปน้ำตาตกไป 55)
หนังสือเรื่อง How the Mighty Fall ได้กล่าวถึงองค์กรที่ล่มสลายว่ามีลักษณะร่วมเหมือนกันอะไรบ้าง หนึ่งในสิ่งที่องค์กรเหล่านี้มีเหมือนกันคือ เติบโตแบบไม่มีวินัย ที่ขยายตัวไปเรื่อยตามโอกาสที่เข้ามา เพราะมั่นใจในตนเองเกินไป คิดว่าตนทำอะไรอะไรก็ได้ ไม่โฟกัส สุดท้ายก็ไปไม่รอด
The Fat-Pitch Strategy สอนให้เราไม่วิ่งไล่ตามทุกโอกาสที่เข้ามา แต่ต้องเลือกโอกาสที่เหมาะสมกับความสามารถ ซึ่งต้องอาศัยความอดทนและการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
.
ทั้งสองแนวคิดนี้สอดคล้องกันครับ คือ Circle of Competence บอกให้เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง เข้าใจว่าอะไรคือ “ลิมิต” ของเรา และอยู่ในพื้นที่ที่เรามีความได้เปรียบ และค่อย ๆ ขยายวงไป
ในขณะที่ The Fat-Pitch Strategy บอกให้เรารอจังหวะที่ถูกต้องและไม่กลัวที่จะปล่อยโอกาสที่ยังไม่ใช่ไป เพื่อให้เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด
การยอมรับลิมิตนี่มันยากนะ โซเชียลมีเดียทุกวันนี้บางครั้งมันทำให้เรารู้สึกว่าเรายังเก่งไม่พอ ยังดีไม่พอ ผมว่ายอมรับลิมิตตัวเอง แล้ว Happy กับทางที่ตัวเองเลือกเดิน มันก็ช่วยให้เราสบายใจดีนะ
#MentalModel ตอนที่ 3 #GrowthGame
